Slide Banner
วิธีง่ายๆ ในการตรวจเช็กระบบแอร์รถยนต์
เมื่อ : 2018-05-15 11:16:33 เข้าชม : 38




 เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อากาศค่อนข้างอบอ้าวสุดๆ ยิ่งเจอช่วงเที่ยงช่วงบ่าย หากออกไปเจอแดดนี่แทบจะละลายกันเลยทีเดียว และถ้าใครขับรถอยู่แล้วระบบทำความเย็นเสีย หรือแอร์ไม่เย็นขึ้นมา มันก็เหมือนนั่งอยู่ในเตาอบดีๆ นี่เอง

     ซึ่งก่อนที่คุณจะออกไปฝ่าฟันชีวิตแบบนั้น เรามีวิธีตรวจเช็กระบบแอร์รถยนต์ เพื่อให้มันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพง่ายๆ แค่ 4 ข้อ ดังนี้

     1. ตรวจดูน้ำยาแอร์ หากเริ่มรู้สึกว่าแอร์รถเย็นแบบชืดๆ ไม่ฉ่ำเหมือนตอนแรก ให้คุณเปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้นมาเพื่อดูน้ำยาแอร์ ซึ่งคุณสามารถดูได้ที่กรองแอร์ หรือดรายเออร์ (Dryer) โดยส่วนใหญ่มันมักจะอยู่ตรงแผงระบายความร้อนด้านหน้ารถยนต์ และตรงนี้จะมีช่องกระจกใสเอาไว้ตรวจสอบน้ำยาแอร์ หรือเรียกกันว่าตาแมว ซึ่งหากคุณมองไปแล้วเห็นฟองอากาศ แปลว่าน้ำยาแอร์เหลือน้อยแล้ว แต่ถ้าสังเกตดูแล้วตาแมวใส ไม่มีฟอง แสดงว่าน้ำยาแอร์ยังมีอยู่เยอะ

     2. ตรวจสอบรอยรั่วซึมของระบบแอร์รถยนต์ ปกติแล้วระบบแอร์จะไม่สามารถรั่วซึมเองได้ นอกซะจากจะเกิดความเสียหาย หรือการสึกหรอของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นใหญ่อย่างแผงระบายอากาศไปจนถึงของชิ้นเล็กๆ อย่างตัวโอริง ซึ่งวิธีสังเกตรอยรั่วนั้น สามารถดูได้จากรอยน้ำยา หรือคราบสกปรกต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับท่อแอร์ หากพบเจอสิ่งเหล่านี้ ให้รีบจัดการแก้ไขโดยทันที

     3. จัดการล้างระบบแอร์ ปัจจุบันสามารถล้างได้ทั้งแบบถอดตู้ และไม่ถอดตู้ ขึ้นอยู่กับความสะดวก และความสบายใจของเจ้าของรถ เนื่องจากราคาค่าล้างแอร์ทั้ง 2 แบบนี้ ค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร ใครสะดวกแบบไหนก็ทำแบบนั้น และควรล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะนอกจากแอร์จะเย็นขึ้นแล้ว อากาศที่หมุนเวียนภายในห้องโดยสารก็จะดีขึ้นอีกด้วย

     4. จัดการล้างรถให้สะอาด หลายคนอาจไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกันยังไง ระหว่างระบบแอร์กับการล้างรถ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รถที่คุณขับอยู่ทุกวันต้องพบเจอกับสิ่งสกปรก เศษฝุ่นต่างๆ รวมไปถึงใบไม้ใบหญ้า ฯลฯ โดยทุกอย่างที่ว่ามานี้ อาจถูกสะสม และหมักหมมเอาไว้บริเวณแผงระบายความร้อนด้านหน้ารถยนต์ของคุณ ดังนั้นคุณจึงควรฉีดน้ำเข้าไปแรงๆ หรือให้ร้านคาร์แคร์ทำให้ก็ได้ เพื่อชำระสิ่งสกปรกที่ว่านี้ออกไปให้หมด แอร์ของคุณจะได้เย็นเร็วขึ้น แม้จะนิดหน่อยก็ตาม

     สุดท้ายนี้ คุณควรที่จะนำรถยนต์ของคุณไปตรวจเช็กซ้ำอีกครั้งที่อู่ หรือศูนย์บริการ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าจุดที่คุณตรวจสอบไปตอนแรกถูกต้องหรือไม่ และอาจจะมีจุดอื่นๆ ที่คุณอาจตรวจพลาดไป ช่างจะได้แก้ไขได้ทันการณ์

 

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก.... https://auto.sanook.com

  
 
ข้อมูลรถ/คลิปสาระต่าง ๆ
ข้อมูลรถ/สาระเรื่องยานยนต์
คลิปสาระเรื่องยานยนต์
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
นโยบายเว็บ
ต้องการซื้อรถ
ประกาศทั้งหมด
ค้นหารถที่ต้องการ
ต้องการขายรถ
ส่งอีเมล์แนะนำเพื่อน
ส่งอีเมล์แนะนำเว็บไซต์นี้ให้กับเพื่อนของคุณ โดยการ
กรอกอีเมล์ของเพื่อนคุณ จากนั้นกดส่งแนะนำได้เลยค่ะ
Copyrights (c) 2012. www.kairod24.com All rights reserved. Email : kairod24@gmail.com